การฝึกเพาะกายหรือเล่นกล้ามเปลี่ยนชีวิต

image

การฝึกเพาะกายหรือเล่นกล้ามนั้นจะมีผลต่อการปรับเปลี่ยนของร่างกายผู้ฝึกอย่างมากที่สุดชนิดที่ไม่มีกีฬาชนิดใดที่จะสามารถทำได้เท่านี้ และหากผู้ฝึกซ้อมเพาะกายมีการซ้อมอย่างเป็นระเบียบจะส่งผลให้ตัวผู้ฝึกมีก้าวหน้าในด้านพลังกำลังกายที่ดีขึ้น มีบุคลิกภาพที่สง่างามมากยิ่งขึ้น และมีพลังที่มากขึ้นได้อย่างไม่มีขอบเขต การฝึกเพาะกายหรือเล่นกล้ามจึงเป็นการเพิ่มสมรรถนะภายในตัวของผู้ฝึกและยังสามารถเพิ่มสมรรถนะในการทำกิจกรรมต่างๆที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวันให้พร้อมสู้ยิ่งขึ้นได้อีกด้วย เช่น

1. กิจกรรมเพื่องาน หน้าที่กิจการงานคือชีวิต เกียรติและความภาคภูมิใจ งานการทุกอย่างย่อมต้องอาศัยทั้งพลังหัวคิดและพลังทางร่างกายควบคู่ไปด้วยกัน การฝึกเพาะกายหรือเล่นกล้ามจะสร้างความพรั่งพร้อมให้กับร่างกายและจิตใจ ยามใดที่ร่างกายของเราเพียบพร้อม จิตใจและปัญญาของเราก็จะพลอยสดใสตามไปด้วย

2. กิจกรรมเพื่อครอบครัว ผู้ฝึกเพาะกายหรือเล่นกล้ามสามารถให้เวลาแก่ครอบครัวของเขาได้มากกว่าคนที่อยู่ในกลุ่มผับบาร์ หรือผู้ที่เข้าออกโรงพยาบาลอยู่เสมอ และผู้ฝึกเพาะกายหรือเล่นกล้ามทั้งปวงย่อมที่จะสร้างผลประโยชน์ให้แก่ครอบครัวของเขาได้เป็นอย่างมากและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมได้อย่างมากมาย

3. กิจกรรมเพื่อสุขภาพ จะช่วยให้พลังทางกายที่มีสมรรถนะมากยิ่งขึ้น ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตจะขาดความสุขไปมาก การฝึกเพาะกายหรือเล่นกล้ามทำให้อาหารที่กินเข้าไปมีคุณประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย และยังช่วยให้สมาธิมั่นคงมากยิ่งขึ้น การฝึกเพาะกายหรือเล่นกล้ามสามารถช่วยเสริมให้การฝึกสมาธิ โยคะ ไทเก๊ก จี้กง มีสมรรถนะมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการฝึกเพาะกายก็คือรากฐานของการกีฬาหลายๆอย่าง

stronglife.in.th

ห้องครัว แบบห้องครัว จัดการห้องครัว

การจัดห้องครัวให้น่าชม

1. เลือกซื้อจาน ชาม ช้อน ส้อมให้เป็นชุด ดีกว่า เพราะยกเว้นจะดูสวย น่าใช้และเป็นระเบียบแล้ว ยังได้ทุกสิ่งสรรพครบ โดยไม่ต้องเปลืองเวลาเลือกสรรซื้อหาทีละอย่าง

2. ถ้าแน่ใจว่าเครื่องครัวดีไซน์เก๋ไก๋ไม่แพ้ใคร ก็ควรหาตู้โชว์มาใส่ใน ห้องครัว

3. ควรทำช่องหน้าต่างบริเวณในห้องครัว นอกจากจะช่วยระบายกลิ่นไอที่เกิดจากการปรุงอาหารแล้ว ยังช่วยให้ในห้องครัวมีแสงพอเพียงอีกด้วย จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่า ห้องครัว จะอับชื้นหรือระบายอากาศไม่ดี

4. อย่าปล่อยให้ข้างในฝาตู้ห้องครัวว่าง โดยไร้ผลประโยชน์ อาจใช้เป็นที่คล้องเครื่องครัวเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเป็นที่วางแก้วหรือของตกแต่งห้องครัว

5. ในส่วนที่เปรอะเปื้อนบ่อย ๆ ควรเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย เช่น สเตนเลส หินแกรนิต หรือกระเบื้อง

6. ทำตู้ในห้องครัวให้เยอะ เพื่อเอาไว้เก็บรักษาเครื่องครัวที่ไม่ค่อยได้ใช้ จะได้ไม่ดูรกไม่เป็นระเบียบ และยังง่าย ต่อการทำความสะอาด ซึ่งปัจจุบันนี้นิยมทำตู้ build in ติดกับผนังห้องครัว หรือง่าย ๆ หาซื้อตู้แขวนผนังสำเร็จรูปซึ่งมีวางขายทั่วไป วิธีนี้ช่วยประหยัดดินแดนและทำให้ห้องครัวดูเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น

7. ลองหาซื้อเครื่องครัวที่มีดีไซน์เก๋ ๆ หรือแปลกตา รับรองว่าห้องครัวจะมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้น

8. เลือกวัสดุปูพื้นที่มีผิวมัน เพราะจะช่วยสะท้อนแสงทำให้ห้องครัวสว่างขึ้น ให้ความรู้สึกสะอาด และยังดูแลรักษาง่ายอีกด้วย

9. แสงในครัวก็สำคัญควรมีดวงไฟในครัวมากกว่าหนึ่งจุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและสัดส่วนของห้องครัว นอกจากนี้ ยังควรคำนึงถึงปลั๊กไฟสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวอีกด้วย

10. หนีที่จะวางเครื่องเรือนอย่างโต๊ะไว้ในห้องครัว แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ควรเลือกที่สามารถพับเก็บได้ หรือมีดีไซน์แบบบาง หรือโต๊ะแบบกลม

11. เลือกขนาดของตู้เย็น หม้อหุงข้าวและไมโครเวฟให้เข้ากันกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว เพราะนอกจากจะประหยัดไแล้ว ยังช่วยให้ไม่เปลืองพื้นที่ในห้องครัวอีกด้วย

12. หาซื้อขวดแก้วใสแบบที่มีฝาปิดมิดชิดมาเก็บไว้บ้าง เผื่อใส่อาหารหรือเครื่องปรุงที่ต้องซื้อทีละมาก ๆ ช่วยให้ดูสวย

วิธี แต่งสวน จัดสวน ให้เปลี่ยนแปลงเป็นสวนหย่อม

การจัดสวนหย่อม เป็นการจัดสวนขนาดเล็กน้อย ใช้พื้นดินในการจัดสวนไม่มาก โดยจะจัดสวนเป็นจุดๆ ในพื้นที่ต่างๆ ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สวนหน้าบ้าน มุมตัวบ้าน มุมต้นไม้ใหญ่ บริเวณมุมใดมุมหนึ่งของสนามหญ้า หรือหน้าบ้าน กลางบ้าน หรือบริเวณทางเดิน ที่สามารถจัดได้ทั้งบนพื้นที่ราบ ลาดเอียง หรือเนินก็ได้ เพื่อเพิ่มความโดดเด่นเป็นหน้าเป็นตาสวย และความร่มรื่น น่าอยู่ให้กับบ้านของคุณยิ่งขึ้น ซึ่งประจุบันมีบริษัทรับจัดสวนหย่อมเกิดขึ้นเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในตัวเมืองใหญ่ๆที่หาพื้นดินสีเขียวยากเสียยิ่งกว่างมเข็มในห้วงสมุทร (พูดแบบเวอร์ๆ อิอิ) ผู้คนส่วนใหญ่ที่มีบ้านอยู่ในเมืองใหญ่ๆจึงนิยมจัดสวนหย่อมไว้ภายในบ้านทั้งนี้เพื่อนำมาทดแทนโซนสีเขียวที่หายไป และเพิ่มความเป็นหน้าเป็นตาสวยงามให้กับบ้าน แต่ถ้าหากใครอยากลงมือจัดสวนหย่อมให้กลายมาเป็นมุมถูกใจด้วยตนเอง วันนี้แอดมินก็มีวิธีการจัดสวนหย่อมมาฝากค่ะ

วิธี แต่งสวน จัดสวน ให้เปลี่ยนแปลงเป็นสวนหย่อม

เริ่มจากการตรวจงานขอบเขต เลือกมุมหรือพื้นที่ในการจัดสวนหย่อม โดยคำนึงถึงขนาดพื้นที่ ทิศทางของแสง ลักษณะของดิน ทั้งนี้เพื่อที่จะได้จัดขนาดและลักษณะของต้นไม้ให้เหมาะสมกับพื้นที่
ทำการร่างแบบแต่งสวนหย่อมของคุณในแบบที่ต้องการคร่าวๆ เพื่อกำหนดตำแหน่งต่างๆของพรรณไม้และวัสดุที่นำมาใช้ตกแต่งสวน ช่วยให้การจัดสวนหย่อมของคุณคล่องและสบายยิ่งขึ้น
จัดเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ตามที่วางโครงสร้างไว้ให้ครบถ้วน
หากมีบ่อน้ำพุ ควรเริ่มจากทำบ่อน้ำพุก่อนแล้วตามด้วยทางเดิน จากนั้นค่อยจัดวางพรรณไม้ต่างๆ และวัสดุตกแต่งสวนอื่นๆ
เพียรวิเคราะห์ความเรียบร้อยในการจัดสวนหย่อม ระวังอย่าให้มีน้ำขังดิน และหมั่นรดน้ำ พรวณดิน และำกำจัดวัชพืชอย่างเสมอๆ

เมื่อหยุดเล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้วกล้ามที่มีจะหายไปหรือเปล่า

เมื่อหยุดเล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้วกล้ามที่มีจะหายไปหรือเปล่า
ตอบว่า หายไปครับ กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ออกกำลังร่างกายก็จะเอาไปทิ้ง แต่นั้นก็ไม่ใช่ทุกๆกล้ามเนื้อจะหายไปครับจริงๆแล้วมันก็ยังคงอยู่แต่ถูกเจือปนด้วยไขมันเนื่องจากเลิกเล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้วไม่ได้บริหารร่างกาย แต่ถ้าคุมโภชนาการดีๆออกกำลังอย่างพวกแอโรบิคนิดๆหน่อยๆกล้ามก็จะอยู่กับคุณไปอีกยาวนาน และเมื่อเลิกเล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้ว สมรรถนะของคุณก็จะลดลงเรื่อยๆแต่ถ้าหากกลับมาเล่นใหม่ กล้ามของคุณก็จะปรับตัวเข้ารูปเท่าเดิมได้โดยง่ายต่างจากผู้เริ่มต้นเล่นกล้ามหรือเพาะกายที่ต้องสร้างกล้ามเนื้อและฝึกวิธีฝึกใหม่แน่นอนครับ

ปรับเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อทำได้หรือไม่

ปรับเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อทำได้หรือไม่
หลายๆคนที่ยังไม่เคยสัมพัสกับการ เล่นกล้าม หรือ เพาะกาย หรือกำลังอยู่ในช่วงมือใหม่คงจะคิดกันว่าเราจะเปลี่ยนแปลงไขมันเป็นกล้ามเนื้อได้ ซึ่งมันก็ใช่ที่ว่าไขมันจะสูญไปแล้วกล้ามเนื้อมาแทน ที่จริงแล้วมันต้องใช้ประโยค สำนวนข้างต้นนี้เพราะ ไขมัน ไม่สามารถนำไปก่อสร้างกล้ามเนื้อได้ มีแต่ลดไขมัน เล่นเวท เพิ่มกล้ามเนื้อ และเช่นเดียวกัน กล้ามเนื้อก็ไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นไขมันได้ อย่างที่ผู้ที่ไม่เคยเล่นกล้ามหรือเพาะกายจะเปรียบก็คือ เมื่อมีกล้ามแล้วไม่เล่นมันจะกลายเป็นไขมัน

เพาะกายยุทธวิธีเพิ่มให้อัตราการเผาผลาญของร่างกาย

ยุทธวิธีเพิ่มให้อัตราการเผาผลาญขอร่างกายให้มากที่สุดยิ่งขึ้น
Metabolic rate คือ อัตราการเผาผลาญของร่างกาย ไอตัวนี้มีมากเท่าไหร่ คุณก็จะสามารถทำการลดน้ำหนักได้ง่ายมากเท่านั้น ซึ่งมันสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการ เล่นกล้าม หรือ เพาะกาย ได้เป็นอย่างดี ดีเยี่ยมกว่าการทำอย่างอื่นด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุว่าการเล่นกล้ามหรือเพาะกาย จะไปเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แล้วมวลกล้ามเนื้อนี้แหละคือตัวใช้พลังงานอย่างมาก ถ้ามวลกล้ามเนื้อมากขึ้น อัตราการเผาผลาญของร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นด้วย แต่ก็ยังมีเคล็ดลับอีกอย่างนึงคือ ให้ทำการกินคาร์บแบบ 3:1 คือ กินคาร์บน้อย3วัน คาร์บมาก 1 วัน stronglife.in.th

เพิ่มกล้ามให้รวดเร็ว เพาะกาย เล่นกล้าม

ผู้ที่เล่นกล้ามหรือเพาะกายก็แยากจะมีกล้ามได้อย่างรวดเร็วทั้งนั้น และจุดสำคัญของเทคนิคนี้ก็คือการกิน กินเข้าไว้แล้วกล้ามของคุณก็จะโตไวเป็นอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องเสี่ยงกับไขมันที่อาจจะตามมาด้วยดงั้นั้นผู้ เพาะกายไทย หรือ เล่นกล้าม จะต้องคำนวนการกินต่างๆด้วยไม่กินของที่มีไขมันสูงการกิน กินให้เกิน และนี่คือเทคนิคการกินเพื่อให้ได้กล้ามไวๆ

1 มีวันโกงการกินหนึ่งวันในแต่ละสัปดาห์ วันโกงสามารถกินได้ทุกอย่างตามต้องการหลังจากคุมอาหาร ให้เพื่อคาร์บสองเท่าและ cal 25-50% จากวันที่ธรรมดา

2 กินก่อนนอน การเตรียมเสบียงอาหารก่อนอนก็เป็นอีกจุดหนึ่ง เพราะเวลาคุณนอนร่างกายของคุณก็ยังคงทำการเผาผลาญอยู่ สิ่งที่ควรกินคือ คาร์บย่อยช้าต่างๆ และโปรตีนย่อยช้าต่างๆ

3 กินก่อนฝึก เพื่อเติมพลังก่อนและขณะเล่นกล้าม ควรกินคาร์บย่อยช้าก่อนการฝึก

stronglife

เพาะกาย เล่นกล้าม ข้อควรรู้ก่อนลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักอย่างไรให้เสียกล้ามเนื้อน้อยที่สุดผู้ที่เล่นกล้ามหรือเพาะกาย เป็นอย่างที่รู้ๆกันคือจะแบ่งออกเป็นสองช่วงคือช่วงเพิ่มน้ำหนักกับช่วงลดน้ำหนัก โดยในช่วงลดน้ำหนักนั้นทำได้ยากกว่าช่วงเพิ่มน้ำหนักอย่างมาก ต้องมาคุมอาหารและหาวิธีลดน้ำหนักตามสูตรต่างๆนาๆเพื่อให้เสียมวลกล้ามเนื้อให้น้อยที่สุด นัก เพาะกายไทย หรือผู้ที่ เล่นกล้าม ทุกคนล้วนไม่มีใครอยากเสียมวลกล้ามเนื้อไปแม้แต่นิดเดียวอย่างแน่นอน แต่มันเป็นสิ่งที่ยากอย่างมากที่จะให้ไม่เสียมวลกล้ามเนื้อเลย นี่คือข้อสำคัญๆที่คุณควรรู้

1 ในการลดน้ำหนักนั้นมันจะเป็นไปอย่างช้าๆ คือ ให้พลังงานในแต่ละวันลงจนลดน้ำหนัก 0.5-1กก. ต่อสัปดาห์ นี่คือช่วงที่ดีที่สุด

2 ไม่สมควรทำคาดิโอ้มากเกินไป เพราะการคาดิโอ้มากเกินไปเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียกล้ามเนื้อให้ทำพอดีๆไม่เกิน 45 นาทีในแต่ละครั้ง

3 ควรจะทำการออกกำลังกายแบบ HIIT ซะบ้าง ให้ทำอย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์

4 กิน คุณควรกินให้พออย่าอดอาหารและคำนวณการกินเพื่อลดการเสียมวลกล้ามเนื้อ

และอย่าลืมละว่าคุณไม่สามารถลดน้ำหนักให้ผอมได้ได้ในวันเดียว stronglife.in.th

จริงๆแล้วการเพาะกายเป็นอย่างไร

มาต่อความคิดผิดๆของผู้เพาะกายมือใหม่ครับ
4 ต้องเล่นให้ได้จำนวนครั้งเยอะๆ
จริงๆแล้วการเพาะกายนั้นไม่ได้เน้นที่จำนวนครั้งเลยครับ และกล้ามจะโตก็ไม่ได้มาจากการที่เล่นจำนวนครั้งเยอะๆด้วยครับ กล้ามมันจะได้มาจากการที่กล้ามเนื้อต้องได้รับแรงต้านทานมากๆ คือ เล่นน้ำหนักมากๆ ซึ่งแน่นอน เมื่อน้ำหนักมากจำนวนครั้งในการยกในแต่ละครั้งก็จะน้อยลงเพราะแรงหมด ดังนั้นถ้าคุณเพาะกายแล้วทำด้วยจำนวนครั้งมากๆ ให้เพิ่มน้ำหนักได้แล้ว
5 เริ่มต้นด้วยโปรแกรมฝึกแบบผู้ชำนาญแล้ว
มือใหม่ในวงการเพาะกายหลายๆคนมักจะเริ่มต้นด้วยโปรแกรมฝึกแบบแยกส่วนต่างๆ ความคิดนี้น่าจะมาจากพวกเขาเหล่านั้นเห็นคนที่พวกเขาหมายมั่นจุดหมายเอาไว้ แล้วคิดว่าต้องฝึกตามเขาเท่านั้นถึงจะได้แบบเขา แต่หารู้ไม่ว่าเขาเหล่านั้นแรกๆที่เขาฝึกเพาะกายใหม่ๆเขาฝึกกันอย่างไรและลองผิดลองถูกอะไรมาบ้าง ในกีฬาเพาะกายการฝึกของแต่ละคนอาจจะใช้ไม่ได้ผลกับอีกคน ข้อนี้นักเพาะกายที่ชำนาญแล้วจะรู้เป็นอย่างดี แต่ละคนจึงมีระบบการฝึกไม่เหมือนกัน ดังนั้นผู้เพาะกายมือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยระบบโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมันจะรวมท่าพื้นฐาณต่างๆของการเพาะกายมาในโปรแกรมฝึก และเสริมสร้างความแข็งแรงได้เป็นอย่างดี ดีกว่าโปรแกรมแยกส่วนเสียด้วยซ้ำไป
6 ฝึกมากเกินไป
มือใหม่มักจะฝึกจนเกินเวลา ที่ดีควรฝึกเพาะกายไม่เกิน 45 นาทีต่อครั้ง และไม่จำเป็นต้องทำคาดิโอ้ แต่ใครจะทำคารืดิโอ้หลังฝึกแนะนำให้ทำไม่เกิน 30 นาที โดยที่ HR(heart rate)ไม่เกิน 50-60%
7 คิดมากจนขาดความเชื่อมั่น
ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่สำคัญคือ ผู้เริ่มต้นเพาะกายใหม่ๆจะขาดความเชื่อมั่น คิดมากในเรื่องการฝึกต่างๆ ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลย ผมขอสรุปดังนี้คือ เริ่มด้วยโปรแกรมฝึกแบบเริ่มต้น(พวก SS) กินอาหารให้ถึง พักให้เพียงพอ เล่นแต่ละครั้งอย่าเกิน 1 ชั่วโมง และมีระเบียบวินัยในการฝึก การกินต่างๆ สำหรับมือใหม่ในการเพาะกายมันมีแค่นี้ละครับเชื่อผมอย่าหลงไปเชื่อใคร  เมื่อฝึกเกิน 4-6 เดือนแล้วค่อยมาฝึกแบบแยกส่วนหรือตามคนที่คุณหมายไว้ครับ

ก่อนเริ่มต้นเพาะกาย

เริ่มต้นเพาะกาย
มาต่อกันครับก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหารายระเอียดต่างๆสำหรับผู้มือใหม่ เล่นกล้ามหรือเพาะกาย ผมขอสาธยายสิ่งที่จำเป็นต้องรู้สำหรับผู้เริ่มต้นก่อนนะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผู้เริ่มต้นเพาะกายหรือเล่นกล้ามจะต้องคิดแบบนี้หรือคิดประมาณนี้ก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นประสบการณ์ของผมเมื่อเริ่มเล่นกล้ามหรือเพาะกายใหม่ๆ

สิ่งที่มือใหม่มักจะคิดเกี่ยวกับการเล่นกล้ามหรือเพาะกาย


1 เล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้วกลัวกล้ามใหญ่เกินไป
ความคิดอันนี้น่าจะมาจากที่ไปเห็นคนกล้ามใหญ่ๆ เช่น พวกนักเพาะกายขั้น 80kg up นักเพาะกายรุ่นนี้จะตัวใหญ่มากจึงทำให้ผู้พบเห็นเกิดอาการหวาดกลัวได้ แต่คุณรู้ใหมว่ากว่าเขาจะใหญ่ได้ขนาดนั้น เขาเล่นกล้ามหรือเพาะกายมากี่ปี ผ่านอะไรมาบ้าง ซึ่งแน่นอนเขาต้องผ่านช่วงหุ่นแบบนายแบบมาก่อนถึงจะมาใหญ่ขนาดนี้ได้ ดังนั้นมือใหม่ไม่จำเป็นต้องกลัวกล้ามจะขึ้นไว กลัวกล้ามจะไม่ขึ้นดีกว่าไหม
2 เล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้วเตี้ย
อีกการคิดหนึ่งที่ฮิตๆกันเลยที่ไม่อยากเล่นกล้ามหรือเพาะกายกัน เพราะ กลัวเตี้ย ซึ่งมันไม่จริงครับ ความเตี้ยมันเป็นผลมาจากกรรมพันธ์ต่างๆและปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย แต่จะมาเตี้ยเพราะเล่นกล้ามหรือเพาะกาย มันเป็นไปได้น้อยมาก นอกจากเล่นไม่ถูกท่าทางอันนี้มีโอกาส ดังนั้นผมจึงเน้นที่ท่าทางที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเล่นกล้ามหรือเพาะกายมันอาจจะทำให้มองว่าเตี้ยลงก็เป็นได้เนื่องจากมันออกข้างกล้ามหนาขึ้น
3 อาหารเสริมจำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้น
ผมเห็นหลายๆคนพอเริ่มต้นเล่นกล้ามหรือเพาะกายไม่ถึงเดือนก็ซื้ออาหารเสริมมากินกันแล้ว บางคนซื้อก่อนเริ่มต้นเล่นกล้ามหรือเพาะกายด้วยซ้ำ เหมือนกับเขาคิดว่าถ้าอยากให้ได้กล้ามไวๆต้องกินอาหารเสริมเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่จำเป็นเลย สำหรับมือใหม่ ควรเน้นที่อาหารหลักมากกว่าอาหารเสริม ถ้าอาหารหลักและการฝึกยังไม่ดีพอแล้วมากินอาหารเสริมผมกลัวว่ามันจะเสียเวลาและเปลืองตังด้วยเนืองจากต้องกินอาหารเสริมเยอะ ดังนั้นควรเริ่มกินโปรตีนให้ได้ 1g:1kg คาร์โบไฮเดรต(คาร์บ) 4-5g:kg ไขมัน : 1g:1kg ต่อวันให้ได้เสียก่อน แล้วฝึกให้ชำนาญเสียก่อนแล้วจึงหันมากินอาหารเสริมเวย์ต่างๆครับ

เด๊่ยวมาต่อสำหรับคำถามยอดฮิตสำหรับผู้เริ่มต้นเพาะกายหรือเล่นกล้ามว่าเขามีความคิดอะไรกันบ้างนะครับ ตอนนี้ขอตัวกลับไปคิดก่อนว่ามีคำถามอะไรฮิตๆบ้างสำหรับ 108 ปัญหาของผู้เริ่มต้นเล่นกล้ามหรือเพาะกาย ส่วนใครมีคำถามอะไรก็บอกมาได้เลยนะครับ