เมื่อหยุดเล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้วกล้ามที่มีจะหายไปหรือเปล่า

เมื่อหยุดเล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้วกล้ามที่มีจะหายไปหรือเปล่า
ตอบว่า หายไปครับ กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ออกกำลังร่างกายก็จะเอาไปทิ้ง แต่นั้นก็ไม่ใช่ทุกๆกล้ามเนื้อจะหายไปครับจริงๆแล้วมันก็ยังคงอยู่แต่ถูกเจือปนด้วยไขมันเนื่องจากเลิกเล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้วไม่ได้บริหารร่างกาย แต่ถ้าคุมโภชนาการดีๆออกกำลังอย่างพวกแอโรบิคนิดๆหน่อยๆกล้ามก็จะอยู่กับคุณไปอีกยาวนาน และเมื่อเลิกเล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้ว สมรรถนะของคุณก็จะลดลงเรื่อยๆแต่ถ้าหากกลับมาเล่นใหม่ กล้ามของคุณก็จะปรับตัวเข้ารูปเท่าเดิมได้โดยง่ายต่างจากผู้เริ่มต้นเล่นกล้ามหรือเพาะกายที่ต้องสร้างกล้ามเนื้อและฝึกวิธีฝึกใหม่แน่นอนครับ

ปรับเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อทำได้หรือไม่

ปรับเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อทำได้หรือไม่
หลายๆคนที่ยังไม่เคยสัมพัสกับการ เล่นกล้าม หรือ เพาะกาย หรือกำลังอยู่ในช่วงมือใหม่คงจะคิดกันว่าเราจะเปลี่ยนแปลงไขมันเป็นกล้ามเนื้อได้ ซึ่งมันก็ใช่ที่ว่าไขมันจะสูญไปแล้วกล้ามเนื้อมาแทน ที่จริงแล้วมันต้องใช้ประโยค สำนวนข้างต้นนี้เพราะ ไขมัน ไม่สามารถนำไปก่อสร้างกล้ามเนื้อได้ มีแต่ลดไขมัน เล่นเวท เพิ่มกล้ามเนื้อ และเช่นเดียวกัน กล้ามเนื้อก็ไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นไขมันได้ อย่างที่ผู้ที่ไม่เคยเล่นกล้ามหรือเพาะกายจะเปรียบก็คือ เมื่อมีกล้ามแล้วไม่เล่นมันจะกลายเป็นไขมัน

เพาะกายยุทธวิธีเพิ่มให้อัตราการเผาผลาญของร่างกาย

ยุทธวิธีเพิ่มให้อัตราการเผาผลาญขอร่างกายให้มากที่สุดยิ่งขึ้น
Metabolic rate คือ อัตราการเผาผลาญของร่างกาย ไอตัวนี้มีมากเท่าไหร่ คุณก็จะสามารถทำการลดน้ำหนักได้ง่ายมากเท่านั้น ซึ่งมันสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการ เล่นกล้าม หรือ เพาะกาย ได้เป็นอย่างดี ดีเยี่ยมกว่าการทำอย่างอื่นด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุว่าการเล่นกล้ามหรือเพาะกาย จะไปเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แล้วมวลกล้ามเนื้อนี้แหละคือตัวใช้พลังงานอย่างมาก ถ้ามวลกล้ามเนื้อมากขึ้น อัตราการเผาผลาญของร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นด้วย แต่ก็ยังมีเคล็ดลับอีกอย่างนึงคือ ให้ทำการกินคาร์บแบบ 3:1 คือ กินคาร์บน้อย3วัน คาร์บมาก 1 วัน

เทรเนอร์จำเป็นจะต้องมีใหม เพาะกาย

เทรเนอร์จำเป็นจะต้องมีใหม เหตุด้วยผู้ที่ เพาะกาย หรือเล่นกล้ามใหม่ๆ การจ้างวานเทรนเนอร์จะทำเป็นช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างแม่นยำและมีคนคอยช่วยชักนำท่าต่างๆและคอยช่วยเซพระหว่าfงยกน้ำหนัก จึงจำเป็นเพราะว่าผู้เริ่มต้น และควรจ้างคนที่มีรูปร่างที่คุณอยากจะเป็นและคุณเห็นว่าหลักแหลมมากที่สุด หรือถ้าใครไม่อยากจ้างก็ต้องลงทุนหาเมธาเกี่ยวกับเพาะกายหรือ เล่นกล้าม ต่างๆจากในเนตซึ่งมีอยู่มากมาย หรือจะหาเพื่อนเพื่อเป็นคู่หูในการฝึกก็ได้ครับ

ช่วง Cutting คืออะไร

ช่วง Cutting คืออะไร ช่วง Cutting คือช่วงที่นักเพาะกายจะทำการลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด โดยที่เสียมวลกล้ามเนื้อน้อยที่สุด ซึงช่วงนี้นักเพาะกายก็จะคุมอาหารกันอย่างเข้มงวดและการคาดิโอ้ก็จะเข้ามามีบทบาทในการฝึกต่างๆด้วย และต้องปรับอาหารการกินและโปรแกรมฝึกใหม่หมดจากช่วง Bulking

ช่วง Bulking คืออะไร

Bulk คือ ช่วงการเพาะกายเพื่อเพิ่มน้ำหนักตัวเพื่อให้ได้กล้ามเนื้อมากที่สุด ช่วงนี้นักเพาะกายต่างๆจะไม่คุมอาหาร และจะกินอาหารอย่างมากเพื่อให้เพียงพอต่อการสร้างกล้ามเนื้อ และอาจจะเลี่ยงความอ้วนไม่ได้หากไม่คุมอาหารเลย

เพิ่มกล้ามให้รวดเร็ว เพาะกาย เล่นกล้าม

ผู้ที่เล่นกล้ามหรือเพาะกายก็แยากจะมีกล้ามได้อย่างรวดเร็วทั้งนั้น และจุดสำคัญของเทคนิคนี้ก็คือการกิน กินเข้าไว้แล้วกล้ามของคุณก็จะโตไวเป็นอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องเสี่ยงกับไขมันที่อาจจะตามมาด้วยดงั้นั้นผู้ เพาะกาย หรือ เล่นกล้าม จะต้องคำนวนการกินต่างๆด้วยไม่กินของที่มีไขมันสูงการกิน กินให้เกิน และนี่คือเทคนิคการกินเพื่อให้ได้กล้ามไวๆ

1 มีวันโกงการกินหนึ่งวันในแต่ละสัปดาห์ วันโกงสามารถกินได้ทุกอย่างตามต้องการหลังจากคุมอาหาร ให้เพื่อคาร์บสองเท่าและ cal 25-50% จากวันที่ธรรมดา

2 กินก่อนนอน การเตรียมเสบียงอาหารก่อนอนก็เป็นอีกจุดหนึ่ง เพราะเวลาคุณนอนร่างกายของคุณก็ยังคงทำการเผาผลาญอยู่ สิ่งที่ควรกินคือ คาร์บย่อยช้าต่างๆ และโปรตีนย่อยช้าต่างๆ

3 กินก่อนฝึก เพื่อเติมพลังก่อนและขณะเล่นกล้าม ควรกินคาร์บย่อยช้าก่อนการฝึก

เพาะกาย เล่นกล้าม ข้อควรรู้ก่อนลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักอย่างไรให้เสียกล้ามเนื้อน้อยที่สุดผู้ที่เล่นกล้ามหรือเพาะกาย เป็นอย่างที่รู้ๆกันคือจะแบ่งออกเป็นสองช่วงคือช่วงเพิ่มน้ำหนักกับช่วงลดน้ำหนัก โดยในช่วงลดน้ำหนักนั้นทำได้ยากกว่าช่วงเพิ่มน้ำหนักอย่างมาก ต้องมาคุมอาหารและหาวิธีลดน้ำหนักตามสูตรต่างๆนาๆเพื่อให้เสียมวลกล้ามเนื้อให้น้อยที่สุด นัก เพาะกาย หรือผู้ที่ เล่นกล้าม ทุกคนล้วนไม่มีใครอยากเสียมวลกล้ามเนื้อไปแม้แต่นิดเดียวอย่างแน่นอน แต่มันเป็นสิ่งที่ยากอย่างมากที่จะให้ไม่เสียมวลกล้ามเนื้อเลย นี่คือข้อสำคัญๆที่คุณควรรู้

1 ในการลดน้ำหนักนั้นมันจะเป็นไปอย่างช้าๆ คือ ให้พลังงานในแต่ละวันลงจนลดน้ำหนัก 0.5-1กก. ต่อสัปดาห์ นี่คือช่วงที่ดีที่สุด

2 ไม่สมควรทำคาดิโอ้มากเกินไป เพราะการคาดิโอ้มากเกินไปเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียกล้ามเนื้อให้ทำพอดีๆไม่เกิน 45 นาทีในแต่ละครั้ง

3 ควรจะทำการออกกำลังกายแบบ HIIT ซะบ้าง ให้ทำอย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์

4 กิน คุณควรกินให้พออย่าอดอาหารและคำนวณการกินเพื่อลดการเสียมวลกล้ามเนื้อ

และอย่าลืมละว่าคุณไม่สามารถลดน้ำหนักให้ผอมได้ได้ในวันเดียว

จริงๆแล้วการเพาะกายเป็นอย่างไร

มาต่อความคิดผิดๆของผู้เพาะกายมือใหม่ครับ
4 ต้องเล่นให้ได้จำนวนครั้งเยอะๆ
จริงๆแล้วการเพาะกายนั้นไม่ได้เน้นที่จำนวนครั้งเลยครับ และกล้ามจะโตก็ไม่ได้มาจากการที่เล่นจำนวนครั้งเยอะๆด้วยครับ กล้ามมันจะได้มาจากการที่กล้ามเนื้อต้องได้รับแรงต้านทานมากๆ คือ เล่นน้ำหนักมากๆ ซึ่งแน่นอน เมื่อน้ำหนักมากจำนวนครั้งในการยกในแต่ละครั้งก็จะน้อยลงเพราะแรงหมด ดังนั้นถ้าคุณเพาะกายแล้วทำด้วยจำนวนครั้งมากๆ ให้เพิ่มน้ำหนักได้แล้ว
5 เริ่มต้นด้วยโปรแกรมฝึกแบบผู้ชำนาญแล้ว
มือใหม่ในวงการเพาะกายหลายๆคนมักจะเริ่มต้นด้วยโปรแกรมฝึกแบบแยกส่วนต่างๆ ความคิดนี้น่าจะมาจากพวกเขาเหล่านั้นเห็นคนที่พวกเขาหมายมั่นจุดหมายเอาไว้ แล้วคิดว่าต้องฝึกตามเขาเท่านั้นถึงจะได้แบบเขา แต่หารู้ไม่ว่าเขาเหล่านั้นแรกๆที่เขาฝึกเพาะกายใหม่ๆเขาฝึกกันอย่างไรและลองผิดลองถูกอะไรมาบ้าง ในกีฬาเพาะกายการฝึกของแต่ละคนอาจจะใช้ไม่ได้ผลกับอีกคน ข้อนี้นักเพาะกายที่ชำนาญแล้วจะรู้เป็นอย่างดี แต่ละคนจึงมีระบบการฝึกไม่เหมือนกัน ดังนั้นผู้เพาะกายมือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยระบบโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมันจะรวมท่าพื้นฐาณต่างๆของการเพาะกายมาในโปรแกรมฝึก และเสริมสร้างความแข็งแรงได้เป็นอย่างดี ดีกว่าโปรแกรมแยกส่วนเสียด้วยซ้ำไป
6 ฝึกมากเกินไป
มือใหม่มักจะฝึกจนเกินเวลา ที่ดีควรฝึกเพาะกายไม่เกิน 45 นาทีต่อครั้ง และไม่จำเป็นต้องทำคาดิโอ้ แต่ใครจะทำคารืดิโอ้หลังฝึกแนะนำให้ทำไม่เกิน 30 นาที โดยที่ HR(heart rate)ไม่เกิน 50-60%
7 คิดมากจนขาดความเชื่อมั่น
ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่สำคัญคือ ผู้เริ่มต้นเพาะกายใหม่ๆจะขาดความเชื่อมั่น คิดมากในเรื่องการฝึกต่างๆ ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลย ผมขอสรุปดังนี้คือ เริ่มด้วยโปรแกรมฝึกแบบเริ่มต้น(พวก SS) กินอาหารให้ถึง พักให้เพียงพอ เล่นแต่ละครั้งอย่าเกิน 1 ชั่วโมง และมีระเบียบวินัยในการฝึก การกินต่างๆ สำหรับมือใหม่ในการเพาะกายมันมีแค่นี้ละครับเชื่อผมอย่าหลงไปเชื่อใคร  เมื่อฝึกเกิน 4-6 เดือนแล้วค่อยมาฝึกแบบแยกส่วนหรือตามคนที่คุณหมายไว้ครับ

ก่อนเริ่มต้นเพาะกาย

เริ่มต้นเพาะกาย
มาต่อกันครับก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหารายระเอียดต่างๆสำหรับผู้มือใหม่ เล่นกล้ามหรือเพาะกาย ผมขอสาธยายสิ่งที่จำเป็นต้องรู้สำหรับผู้เริ่มต้นก่อนนะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผู้เริ่มต้นเพาะกายหรือเล่นกล้ามจะต้องคิดแบบนี้หรือคิดประมาณนี้ก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นประสบการณ์ของผมเมื่อเริ่มเล่นกล้ามหรือเพาะกายใหม่ๆ

สิ่งที่มือใหม่มักจะคิดเกี่ยวกับการเล่นกล้ามหรือเพาะกาย


1 เล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้วกลัวกล้ามใหญ่เกินไป
ความคิดอันนี้น่าจะมาจากที่ไปเห็นคนกล้ามใหญ่ๆ เช่น พวกนักเพาะกายขั้น 80kg up นักเพาะกายรุ่นนี้จะตัวใหญ่มากจึงทำให้ผู้พบเห็นเกิดอาการหวาดกลัวได้ แต่คุณรู้ใหมว่ากว่าเขาจะใหญ่ได้ขนาดนั้น เขาเล่นกล้ามหรือเพาะกายมากี่ปี ผ่านอะไรมาบ้าง ซึ่งแน่นอนเขาต้องผ่านช่วงหุ่นแบบนายแบบมาก่อนถึงจะมาใหญ่ขนาดนี้ได้ ดังนั้นมือใหม่ไม่จำเป็นต้องกลัวกล้ามจะขึ้นไว กลัวกล้ามจะไม่ขึ้นดีกว่าไหม
2 เล่นกล้ามหรือเพาะกายแล้วเตี้ย
อีกการคิดหนึ่งที่ฮิตๆกันเลยที่ไม่อยากเล่นกล้ามหรือเพาะกายกัน เพราะ กลัวเตี้ย ซึ่งมันไม่จริงครับ ความเตี้ยมันเป็นผลมาจากกรรมพันธ์ต่างๆและปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย แต่จะมาเตี้ยเพราะเล่นกล้ามหรือเพาะกาย มันเป็นไปได้น้อยมาก นอกจากเล่นไม่ถูกท่าทางอันนี้มีโอกาส ดังนั้นผมจึงเน้นที่ท่าทางที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเล่นกล้ามหรือเพาะกายมันอาจจะทำให้มองว่าเตี้ยลงก็เป็นได้เนื่องจากมันออกข้างกล้ามหนาขึ้น
3 อาหารเสริมจำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้น
ผมเห็นหลายๆคนพอเริ่มต้นเล่นกล้ามหรือเพาะกายไม่ถึงเดือนก็ซื้ออาหารเสริมมากินกันแล้ว บางคนซื้อก่อนเริ่มต้นเล่นกล้ามหรือเพาะกายด้วยซ้ำ เหมือนกับเขาคิดว่าถ้าอยากให้ได้กล้ามไวๆต้องกินอาหารเสริมเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่จำเป็นเลย สำหรับมือใหม่ ควรเน้นที่อาหารหลักมากกว่าอาหารเสริม ถ้าอาหารหลักและการฝึกยังไม่ดีพอแล้วมากินอาหารเสริมผมกลัวว่ามันจะเสียเวลาและเปลืองตังด้วยเนืองจากต้องกินอาหารเสริมเยอะ ดังนั้นควรเริ่มกินโปรตีนให้ได้ 1g:1kg คาร์โบไฮเดรต(คาร์บ) 4-5g:kg ไขมัน : 1g:1kg ต่อวันให้ได้เสียก่อน แล้วฝึกให้ชำนาญเสียก่อนแล้วจึงหันมากินอาหารเสริมเวย์ต่างๆครับ

เด๊่ยวมาต่อสำหรับคำถามยอดฮิตสำหรับผู้เริ่มต้นเพาะกายหรือเล่นกล้ามว่าเขามีความคิดอะไรกันบ้างนะครับ ตอนนี้ขอตัวกลับไปคิดก่อนว่ามีคำถามอะไรฮิตๆบ้างสำหรับ 108 ปัญหาของผู้เริ่มต้นเล่นกล้ามหรือเพาะกาย ส่วนใครมีคำถามอะไรก็บอกมาได้เลยนะครับ